แพลตฟอร์ม “CF-Hotels” พาสื่อมวลชนเจาะลึกเบื้องหลังความยั่งยืน 3 โรงแรม 3 การจัดการสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้จริง

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา CF-Hotels หรือ Carbon Footprint Hotels แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมหรือก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่พักเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการท่องเที่ยว ภายใต้การดำเนินการของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม CF-Hotels Media Visit 🏩✨ นำคณะสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เจาะลึกเบื้องหลังการบริหารจัดการโรงแรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมเยี่ยมชมตัวอย่างกิจกรรมการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพผ่าน 3 โรงแรม 3 สไตล์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับประกาศนียบัตรการจัดทำรายงานก๊าซเรือนกระจกและกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกจาก CF-Hotels ประจำปี 2568 🏆 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อความมุ่งหมาย “แค่เข้าพักก็ได้รักษ์โลก” ตั้งแต่ซิตี้โฮเทลขนาดกลาง  Modena by Fraser Bangkok โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Waldorf Astoria Bangkok และ โรงแรมที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพแบบองค์รวม Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok 🧘🏻‍♀️ โดยมีคณะผู้บริหารจากทางโรงแรมให้การต้อนรับและพาเจาะลึกเบื้องหลังนวัตกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม 

🌿 ตลอดทริปสื่อมวลชนได้เข้าชมตัวอย่างการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทางโรงแรมผนวกไว้ในภาคของงานบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่แค่มาเข้าพักก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกและวิถียั่งยืนได้อย่างผ่อนคลาย ตั้งแต่จุดเล็กๆ อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลและบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ภายในห้องพัก 🧴 การกระตุ้นให้ผู้เข้าพักลดการใช้พลังงานและน้ำในกระบวนการการซักล้าง การติดตั้งระบบไฟส่องสว่างแบบเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวในห้องพัก วางถังแยกขยะในห้องพักโรงแรม เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED 💡 และโซลาร์เซลล์ ที่จะขาดไม่ได้คือการเลือกใช้แพลตฟอร์ม CF-Hotels ในการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใช้ง่าย และเปิดให้ได้ใช้ฟรี! เหมือนมีที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงแรม

🌍 สำหรับไฮไลต์นวัตกรรมด้านความยั่งยืนเริ่มจาก Modena by Fraser Bangkok โรงแรมที่แม้จะเป็นซิตี้โฮเทลขนาดกลางรวมทั้งรองรับกลุ่ม long stay แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่รายละเอียดเรื่องความยั่งยืนลงไป เริ่มจากเรื่องเล็กๆ อย่างการวาง Earth Card เพื่อกระตุ้นการลดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนในทุกวัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าพักถึง 80 เปอร์เซนต์ ช่วยลดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกวันมาเป็นเฉลี่ย 2-3 วันครั้ง 🧺 โดยทางโรงแรมได้ขยายต่อสู่โปรเจ็กต์แจก Token ทำจากขยะพลาสติกรีไซเคิลสำหรับลูกค้าที่วาง Earth Card สามารถนำมาแลกของสมนาคุณอย่างอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรมได้อีกด้วย อีกทั้งภายในห้องพักทั้งหมดใช้หลอดไฟ LED วางถังขยะคัดแยกประเภทตั้งแต่ในห้องพัก เปลี่ยนการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งมาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแชมพูครีมอาบน้ำและโลชั่นเป็นขวดรีฟิล รองเท้าสลิปเปอร์ในห้องพักเป็นกระดาษทดแทนวัสดุจากพลาสติก 

❄️ อีกสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของทาง Modena by Fraser Bangkok คือการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการติดตั้ง “ระบบท่อดักลมเย็น” เพื่อหมุนเวียนและนำพลังงานความเย็นกลับมาใช้ใหม่ โดยเปลี่ยนทิศทางลมเย็นที่ได้จากระบบปั๊มความร้อนในการผลิตน้ำร้อนสำหรับห้องพักไปยังระบบท่อส่งลมภายใน “ลิฟต์ส่วนกลาง” ของโรงแรม ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน ✨ ที่สำคัญทางโรงแรมใช้แพลตฟอร์ม CF-Hotels เพื่อที่จะได้วางแผนการลดพลังงานและทรัพยากรได้อย่างต่อเนื่อง เหมือนมีผู้ช่วยด้านสิ่งแวดล้อม ลดภาระในการจัดการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้ทันที

⭐️ ต่อกันที่ Waldorf Astoria Bangkok โรงแรมระดับ 5 ดาว ใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ซึ่งดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ภายใต้กลยุทธ์ Travel with Purpose ของเครือฮิลตัน ไฮไลต์คือโครงการ “เก็บกล่องสร้างบ้าน” หรือ Green Shelter Project เปลี่ยนกล่องน้ำดื่มภายในโรงแรมซึ่งเป็นกล่องกระดาษ 🧃 ให้เป็นหลังคาเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยจากภัยธรรมชาติ ปัจจุบันทางโรงแรมได้บริจาคกล่องน้ำดื่มใช้แล้วไปกว่า 90,530 กล่อง พร้อมชูการใช้วัตถุดิบจากประมงยั่งยืนในน่านน้ำท้องทะเลไทยและการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าที่สุดในทุกห้องอาหาร

🚶🏻‍♀️ นอกจากนี้ภายในห้องพักยังมีการติดตั้ง “ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับสัญญานการเคลื่อนไหว” เพื่อควบคุมการเปิด -ปิดไฟและระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หากไม่พบการเคลื่อนไหวภายใน 60 นาที ระบบจะปิดไฟ ปิดม่าน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในห้องพัก นอกจากนี้ภายในห้องพักพื้นที่ส่วนกลางและห้องประชุมยังมีการใช้หลอดไฟ LED ทั้งหมด 💡 ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้กว่า 39%  และในส่วนของการเข้าร่วมแพลตฟอร์ม CF-Hotels ทางโรงแรมเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2568 ผลลัพธ์คือช่วยให้ทางโรงแรมสามารถจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผลอย่างเป็นระบบโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและนำไปพัฒนาต่อยอดงานด้านความยั่งยืนได้ทันที

🌳 ปิดท้ายที่ Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok ที่พักในบรรยากาศแสนร่มรื่นกลางเมืองที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลแห่งความยั่งยืนตลอดการเข้าพัก ไฮไลต์คือการออกแบบโครงสร้างอาคารศูนย์ประชุม BDMS CONNECT CENTER ให้เป็นอาคารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็นแหล่งพลังงานได้ถึง 10 เปอร์เซนต์ ⛅️ ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED พรมปูพื้นเลือกใช้เป็นพรมอัปไซเคิลจากขวดพลาสติก PET ที่รีไซเคิลขวดพลาสติกมากถึง 202,850 ขวด สุขภัณฑ์เป็นแบบประหยัดน้ำที่ช่วยลดการใช้น้ำลงได้ถึง 45% รวมถึงการจัดสรรวัตถุดิบในห้องอาหารที่เน้นวัตถุดิบจากท้องถิ่นไทยในภูมิภาคต่างๆ ตามฤดูกาล 🥗

🛌 นอกจากนี้ทางโรงแรมยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลแห่งความยั่งยืนตลอดการเข้าพักใน 4 มิติหลักคือ Sleep Well (ประสบการณ์การเข้าพัก) Eat Well (กินดื่มเพื่อสุขภาพ) Meet Well (จัดประชุมและอีเวนท์อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) และ Live Well (สุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว) พร้อมปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากร การลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน มาตรการลดปริมาณขยะและการปล่อยก๊าซคาร์บอน และการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น 👩‍🌾 สำหรับ Sleep Well จุดเด่นของห้องพักคือการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรองด้วย Green Globe Certification มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการ ห้องพักทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวและหน้าต่างบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ ☀️ พร้อมเมนูหมอนให้เลือกถึง 8 รูปแบบตามสรีระและการนอนส่วนบุคคล ในด้าน Eat Well จากการออกแบบเมนูอาหารของรีสอร์ตทั้งเมนูเพื่อคนรักสุขภาพ และเมนูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ โดยความร่วมมือกับองค์กร Humane Society International ที่คุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ในการรังสรรค์เมนูอาหารมังสวิรัติและเมนูจากพืช (Plant-based) 🥕 รวมทั้งร่วมมือกับ Klimato แพลตฟอร์มด้านความยั่งยืนในการคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาหาร (Food Carbon Footprint)

🪟 ในส่วนของห้องพัก ทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวและหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติช่วยลดการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวัน ทั้งยังเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สุขภัณฑ์เลือกใช้แบบประหยัดน้ำ แถมยังเน้นด้านสุขภาพด้วยหมอนที่มีให้เลือกถึง 8 แบบตามสรีระที่ต่างออกไป ช่วยปรับการนอนหลับให้มีคุณภาพมากขึ้น 🧘🏻‍♀️ พร้อมเสื่อโยคะ ลูกบอลพีลาทีส ให้ได้ออกกำลังกายเบาๆ ตั้งแต่ในห้องพักได้เลย ✨

🍫 ยังไม่หมดเท่านั้นในส่วนของเมนูอาหารทางโรงแรมยังสนับสนุนวัตถุดิบตามฤดูกาลในท้องถิ่นต่างๆ ของไทย แม้แต่ช็อกโกแลตก็มีการโปรโมตช็อกโกแลตไทยในจังหวัดต่างๆ ซึ่งผู้ที่เข้ามาใช้บริการทุกคนสามารถแวะมาชิมได้ที่ล็อบบี้ช่วง Chocolate Hour หรือหากจะเลือกเมนูสุขภาพ หรือแพลนท์เบส 🍲 ก็สามารถแวะมาได้ที่ห้องอาหาร Nourish และแน่นอนว่าครั้งนี้สื่อมวลชนทุกท่านได้ร่วมรับประทานอาหารเย็น Tasting Menu ที่นำความยั่งยืนด้านอาหารและการดูแลสุขภาพมาสร้างสรรค์เป็นความอร่อยปิดท้ายกิจกรรม

👩‍💼💬 ทั้งนี้คณะผู้บริหารกองวางแผนลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ดูแลแพลตฟอร์ม CF-Hotels ได้เผยถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม CF-Hotels และผู้ประกอบการโรงแรมที่พักในประเทศไทย เพื่อพัฒนาแนวทางจัดการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพที่สามารถวัดผลได้จริง 📊 พร้อมเป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างผู้ประกอบการโรงแรมที่พักกับแหล่งเงินทุนเพื่อส่งเสริมธุรกิจยั่งยืน และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับนโยบายความยั่งยืนมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางฝั่งยุโรปและโซนอเมริกา และ CF-Hotels ยังเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญนำไปสู่การพัฒนาแผนงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวต่อไปตามนโยบายของประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2573 ต่อไป 🌱

#CFHOTELS #รักโลกต้องเช็คอิน #รักโลกต้องพัก